บทความ > ทันตกรรมจัดฟัน

ความรู้เกี่ยวกับ "การจัดฟันแบบเซรามิก"

Ceramic bracket

การจัดฟัน (Orthodontic treatment) คือ การรักษาทางทันตกรรม เพื่อแก้ไขสภาวะการสบฟันที่ผิดปกติ (Malocclusion) โดยใช้หลักการ ของแรงทางฟิสิกส์ (Physics) ร่วมกับหลักการกลศาสตร์ชีววิทยา (Biomechanical) ในการ “เคลื่อนฟัน” จากตำแหน่งที่ผิดปกติไปยังตำแหน่งที่ถูกต้อง โดยไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อฟันและอวัยวะรอบๆฟัน ซึ่งการจัดฟันนั้น มีเป้าหมายหลัก 3 ประการ ได้แก่ เพื่อให้มีความสวยงาม (Esthetics), เพื่อให้มีการใช้งานที่ดี (Function) และเพื่อให้มีความมั่นคงในการสบฟัน (Stability)

จัดฟันมีกี่แบบ แตกต่างกันอย่างไร ?

การจัดฟันแบบเซรามิก (Ceramics) เป็นการจัดฟันด้วยเครื่องมือที่ส่วนของแบรคเก็ต ทำมาจากวัสดุ “เซรามิก” ซึ่งมีสีใส โดดเด่นทางด้านความสวยงาม เพราะมองเห็นน้อยกว่าแบบโลหะ การจัดฟันชนิดนี้พัฒนามาจาก การจัดฟันขั้นพื้นฐานแบบโลหะ (Conventional) โดยมีหลักการเหมือนกันทุกประการ มีประสิทธิภาพที่ดีและสามารถแก้ไขความผิดปกติของสบฟันได้หลากหลาย อย่างไรก็ตาม แม้จะแบรคเก็ตจะมีสีใส แต่ก็ยังคงมองเห็นลวดจัดฟันสีโลหะตามปกติ

ส่วนประกอบของ เครื่องมือจัดฟันแบบเซรามิก

จัดฟันเซรามิก
  • แบรคเก็ต (Bracket)
              เป็นส่วนประกอบที่ใช้ยึดติดกับฟัน เพื่อใช้เป็นตัวกลางสำหรับส่งผ่านแรงที่กระทำต่อฟันจากภายนอก เข้ามาควบคุมการเคลื่อนที่ของฟัน โดยแบรคเก็ต ชนิดนี้ผลิตจากวัสดุ “เซรามิก” ซึ่งมีสีใส มองเห็นน้อย
  • ยางรัดฟัน (O-ring)
              เป็นส่วนประกอบที่ใช้ยึดลวดจัดฟันเข้ากับแบรคเก็ต เพื่อใช้สำหรับส่งผ่านแรงที่กระทำต่อฟันจากลวดในการควบคุมการเคลื่อนที่ของฟัน โดยยางรัดฟันที่นิยมจะเลือกใช้สีใส เนื่องจากมองเห็นน้อย และมีอายุการใช้งานประมาณ 1-2 เดือนก็จะเริ่มเปื่อย สีเข้มขึ้นและหลุด จึงต้องมาปรับเครื่องมือเพื่อเปลี่ยนยางทุกเดือน 
  • เชนดึงฟัน (Chain)
              เป็นส่วนประกอบที่ใช้ในการออกแรงดึงเพื่อเคลื่อนฟัน โดยเชนดึงฟัน จะมีลักษณะ เป็นยางรัดฟัน (O-ring) ต่อกันยาวๆ นิยมใช้สีใส เนื่องจากมองเห็นน้อย และมีอายุการใช้งานประมาณ 1-2 เดือนก็จะเริ่มเปื่อยและหมดแรงดึง จึงต้องมาปรับเครื่องมือเพื่อเปลี่ยนเชนทุกเดือน
  •  ลวดจัดฟัน (Archwire)
              เป็นส่วนประกอบที่ใช้ควบคุมทิศทางและตำแหน่งของการเคลื่อนฟัน โดยฟันจะเคลื่อนที่ไปตามลวดจัดฟันผ่านทางแบรคเก็ต โดยลวดจัดฟันนั้น ผลิตจากวัสดุหลากหลายประเภท ขึ้นกับวัตถุประสงค์ในการเคลื่อนฟัน เช่น Nickel-titanium, Stainless steel เป็นต้น
  • อุปกรณ์เสริมอื่นๆ
              นอกจากอุปกรณ์หลักๆ แล้วยังมีอุปกรณ์เสริมอื่นๆ ในการจัดฟัน เช่น ลวดมัดฟัน (Ligature), สปริง (Spring) ชนิดต่างๆ, Hook  เป็นต้น

ข้อดีของการจัดฟันแบบเซรามิก

  • เป็นการจัดฟันที่พัฒนามาจากการจัดฟันแบบโลหะพื้นฐาน มีประสิทธิภาพที่ดี สามารถแก้ไขความผิดปกติของสบฟันได้หลากหลาย 
  • มองเห็นน้อย เนื่องจากแบรคเก็ตมีสีใส เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการให้เห็นเครื่องมือน้อย

ข้อเสียของการจัดฟันแบบเซรามิก

  • แบรคเก็ตเซรามิกมีความเปราะและแตกหักง่าย ดังนั้นจึงต้องระมัดระวังหลีกเลี่ยงการเคี้ยวอาหารแข็ง
  • เป็นเครื่องมือติดแน่น ไม่สามารถถอดเข้า-ออกได้
  • อาจทำให้เกิดความรำคาญ ระคายเคืองจากเครื่องมือ ต่อเนื้อเยื่ออ่อนในช่องปาก โดยเฉพาะในช่วงแรกที่ร่างกายยังปรับตัวไม่ได้
  • อาจทำให้พูด ออกเสียงไม่ชัดในช่วงแรกที่ร่างกายยังปรับตัวไม่ได้
  • การดูแลรักษาทำความสะอาดยาก ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ
  • ต้องพบทันตแพทย์จัดฟันเพื่อทำการปรับเครื่องมือทุกเดือน

กรณีใด ที่จำเป็นต้องจัดฟันแบบเซรามิก ?

รีวิวจัดฟันเซรามิก
  • กรณีที่ต้องการจัดฟัน แต่ต้องการให้มองเห็นเครื่องมือน้อย
  • กรณีที่มีความผิดปกติของการสบฟันแทบทุกประเภท (Malocclusion)
  • การจัดฟันร่วมกับทันตกรรมสาขาอื่นๆ เช่น การเติมฟัน, การเปิดช่องสำหรับใส่ฟันปลอม, การเปิดช่องสำหรับปักรากเทียม
  • การเรียงตัวของฟันผิดปกติ เช่น ฟันซ้อนเก, ฟันบิด, ฟันหมุน (Crowding)
  • ฟันห่าง (Spacing)
  • ฟันยื่น (Protrusion)
  • ฟันงุ้ม (Retrusion)
  • ฟันหน้าล่างครอบฟันบน (Crossbite)
  • ฟันสบเปิด (Openbite) 
  • ฟันสบลึก (Deepbite)
  • ฟันสบเบี้ยว (Midline deviation)
  • ฟันสบเอียง (Canting)

รายละเอียดขั้นตอนในการจัดฟันแบบเซรามิก

ขั้นตอนการจัดฟัน
  1. นัดปรึกษาทันตแพทย์จัดฟัน
              ในครั้งแรก ทันตแพทย์จัดฟันจะทำการซักประวัติ ตรวจนอกช่องปาก ได้แก่ วิเคราะห์รูปหน้า, วิเคราะห์การยิ้ม และตรวจการสบฟันอย่างละเอียด เพื่อวินิจฉัยปัญหา และวางแผนการรักษา ผู้เข้ารับการรักษาจะได้ทราบแผนการรักษาเบื้องต้น สามารถที่จะตัดสินใจเลือกแผนการรักษาและชนิดของเครื่องมือจัดฟันได้ โดยทันตแพทย์จัดฟันที่ปรึกษาจะเป็นทันตแพทย์ประจำตัว ที่จะทำการรักษาไปจนเสร็จสิ้นการรักษา ทีมทันตแพทย์เฉพาะทางจัดฟันคลินิกทันตกรรมสไมล์ลอฟท์

  2. ทำประวัติก่อนการรักษา
              กรณีถ้าตกลงจัดฟัน ทันตแพทย์จัดฟันจะทำการพิมพ์ปากเพื่อทำแบบจำลองฟันก่อนการรักษา บันทึกถ่ายภาพใบหน้าและภายในช่องปาก วิเคราะห์ วินิจฉัยวางแผนการรักษา และ ทำเอกสารเฉพาะในเบื้องต้น รวมทั้งถ่ายภาพรังสีทั้งปาก (Panoramic film) และ ภาพรังสีใบหน้าด้านข้าง (Lateral cephalometric film)

  3. ขั้นตอนการเคลียร์ช่องปากก่อนจัดฟัน
              เป็นขั้นตอนในการเตรียมสภาพช่องปากทั่วไปให้เรียบร้อยและอยู่ในสภาพที่ดีตามแผนการรักษาของทันตแพทย์จัดฟันก่อนการติดเครื่องมือจัดฟัน ได้แก่ การอุดฟัน, การขูดหินปูน, การผ่าฟันคุด, การรักษารากฟัน, การถอนฟันเพื่อการจัดฟัน เป็นต้น

  4. ติดเครื่องมือจัดฟัน
              เมื่อเคลียร์ช่องปากเสร็จแล้ว จึงนัดติดเครื่องมือจัดฟัน โดยทั่วไปทันตแพทย์จะติดเครื่องมือจัดฟันที่ขากรรไกรบนก่อนเพื่อให้ค่อยๆปรับตัว ใช้เวลาประมาณ 30-45 นาที และจะนัดมาติดเครื่องมือจัดฟันล่างอีกครั้งใน 1-2 สัปดาห์ (อาจแตกต่างกันไปในแต่ละเคส ขึ้นอยู่กับแผนการรักษา)

  5. ปรับเครื่องมือจัดฟันทุกเดือน
              ทันตแพทย์จัดฟันจะนัดปรับเครื่องมือจัดฟันทุกเดือน จนเสร็จสิ้นการรักษา ขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนที่สำคัญที่ผู้เข้ารับการรักษาจะต้องมีวินัยและมาตามนัดของทันตแพทย์จัดฟันอย่างเคร่งครัดทุกครั้ง โดยปกติจะใช้เวลาประมาณ 2 ปี (แต่อาจแตกต่างกันไปในแต่ละเคสขึ้นกับความยากง่าย) กรณีที่ผู้เข้ารับการรักษาไม่มาตามนัด จะทำให้ระยะเวลาในการรักษายาวนานออกไปและไม่เป็นไปตามแผนการรักษา

  6. ทำรีเทนเนอร์หลังจัดฟัน
              เมื่อทำการจัดฟันเสร็จแล้ว ทันตแพทย์จัดฟันจะทำการพิมพ์ปากเพื่อทำ เครื่องมือคงสภาพฟัน หรือ รีเทนเนอร์ (Retainers) และถอดเครื่องมือ, ขัดกาวและขัดฟัน ผู้เข้ารับการรักษาต้องทำการใส่รีเทนเนอร์อย่างมีวินัยตามที่ทันตแพทย์จัดฟันแนะนำ โดยทั่วไปจะต้องใส่ตลอด 24 ชั่วโมงเป็นระยะเวลา 1 ปีแรก หลังจากนั้นจึงค่อยๆลดเวลาการใส่ลงจนเหลือแต่ตอนกลางคืน

  7. ขั้นตอนการเคลียร์ช่องปากหลังจัดฟัน
              เป็นขั้นตอนในการตรวจดูแลสภาพช่องปากทั่วไปให้เรียบร้อยและอยู่ในสภาพที่ดีหลังการจัดฟัน ได้แก่ การอุดฟัน, การขูดหินปูน, การทำครอบฟัน, การใส่ฟันปลอมแบบถอดได้, การทำฟันปลอมแบบติดแน่นและปักรากเทียม เป็นต้น

  8. นัดเพื่อตรวจเช็ครีเทนเนอร์และตรวจสุขภาพฟันประจำปี
              โดยทั่วไปหลังถอดเครื่องมือจัดฟันแล้ว ทันตแพทย์จัดฟันจะนัดเพื่อตรวจติดตามผลการรักษาและเช็ครีเทนเนอร์ ในช่วงระยะเวลาหลังการรักษา 1 เดือน, 3 เดือน, 6 เดือน และ 1 ปี พร้อมกับการตรวจสุขภาพช่องปากประจำปี 

ราคาจัดฟันแบบเซรามิก

ราคาจัดฟันเซรามิก

ราคาจัดฟันแบบเซรามิก ราคารวม 58,000 บาท

ขั้นตอนการแบ่งชำระ

  • ปรึกษาจัดฟันครั้งแรก : ไม่มีค่าใช้จ่าย
  • กรณีถ้าตกลงจัดฟัน จะมีค่าใช้จ่ายตามนี้
    ค่าใช้จ่ายครั้งแรก : พิมพ์ปาก 1,000 + เอ็กซเรย์ 1,000 = 2,000 บาท
  • หลังจากนั้น นัดเคลียร์ช่องปาก (ราคาขึ้นอยู่กับสภาพช่องปากของแต่ละบุคคล)
    อัตราค่าบริการทางทันตกรรมคลินิกทันตกรรมสไมล์ลอฟท์
  • ติดเครื่องมือ
    – ติดเครื่องมือบน ราคา 6,000 บาท
    – ติดเครื่องมือล่าง ราคา 6,000 บาท
  • ปรับเครื่องมือ (ทุกเดือน)
    ผ่อนชำระ ครั้งละ 2,000 บาท x 23 เดือน
    (เมื่อผ่อนชำระครบแล้ว กรณียังจัดฟันไม่เสร็จ ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม)
  • รีเทนเนอร์หลังจัดฟัน ราคา 2,999 บาท
    (ลดจากปกติ ราคา 5,000)
ราคาจัดฟันเซรามิกรอบ 2

คลิปตัวอย่างการจัดฟันแบบต่างๆ

images
images
images-2